ไอเดียการตลาด จากเคส makro ลูกค้าโฆษณาให้ แบบไม่ต้องจ้าง เฉลี่ย 10,000 โพสต์ต่อเดือน

ไอเดียการตลาด จากเคส makro ลูกค้าโฆษณาให้ แบบไม่ต้องจ้าง เฉลี่ย 10,000 โพสต์ต่อเดือน

15 มี.ค. 2025
- ถ้าเราทำธุรกิจ แล้วอยากทำคอนเทนต์ออนไลน์มาสื่อสารกับลูกค้า อยากให้ลองคิดเล่น ๆ ว่าเราจะสามารถทำได้กี่คอนเทนต์ต่อเดือน ด้วยงบประมาณที่เราอาจจะมีจำกัด ?
เชื่อไหมว่า makro ห้างค้าส่งค้าปลีกที่เราคุ้นเคยกันดี มีคนทำคอนเทนต์ให้ฟรี ๆ 10,000 โพสต์ต่อเดือน
บนกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อว่า “รีวิวแม็คโคร” ที่มีสมาชิกกว่า 1.7 ล้านคน
ซึ่งต้องหมายเหตุว่า “กลุ่มรีวิวแม็คโคร” ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า ทางกลุ่มไม่มีความเกี่ยวข้องกับแบรนด์ makro เลย เป็นแค่กลุ่มของคนทั่วไปที่สร้างไว้รีวิวสินค้าใน makro เท่านั้น
ถึงแม้ว่า makro จะไม่ได้เป็นคนที่สร้างกลุ่มขึ้นมา แต่เคสนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำให้เห็นว่าการทำ “Community Marketing” หรือ “การตลาดผ่านชุมชน” ยังเป็นท่าที่ใช้ได้ดีอยู่ในยุคนี้
แล้ว Community Marketing จากเคส makro เป็นอย่างไร ? MarketThink อธิบายให้ฟังในโพสต์นี้
Community Marketing เป็นกลยุทธ์ที่แบรนด์สร้างหรือกระตุ้นให้เกิดชุมชนของลูกค้า ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น กลุ่มเฟซบุ๊ก, แอปพลิเคชัน, เว็บไซต์, โซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่การจัดอิเวนต์ให้คนที่ชอบเรื่องเดียวกันมาเจอกัน
จุดเด่น ๆ ของกลยุทธ์นี้ก็คือ พอถึงจุดหนึ่งที่มีคนในชุมชนเยอะพอแล้ว แบรนด์จะประหยัดงบการตลาดไปได้เยอะ
เพราะคนที่อยู่ในนั้นจะทำหน้าที่พูดถึงสินค้าและบริการของแบรนด์ให้เอง เหมือนเป็นการตลาดแบบลูกค้าบอกต่อกันเอง หรือ “Word of Mouth” ซึ่งเป็นหนึ่งในการโฆษณาที่ทรงพลังที่สุดแล้วในโลกธุรกิจ

อย่างในเคสของกลุ่มรีวิวแม็คโครบนเฟซบุ๊ก
ถ้าใครอยู่ในกลุ่มจะเห็นได้ว่าในทุก ๆ วัน จะมีคนเข้ามารีวิวสินค้าและบริการของ makro ให้แบบไม่ซ้ำหน้า
เช่น ในช่วงที่ผ่านมามีกระแสว่าคนในกลุ่มแห่กันรีวิวสินค้าใหม่ของ Boost แบรนด์สมูททีชื่อดัง ที่ออกผลไม้แช่แข็งแบบถุง ให้ลูกค้านำไปปั่นสมูททีดื่มเองได้ มาวางขายใน makro
โดยแต่ละคนก็จะมีการแสดงความคิดเห็นว่า ผลไม้แช่แข็ง Boost รสชาติเป็นอย่างไร, มีการแชร์สูตรใหม่ ๆ ว่า ผลไม้แช่แข็ง Boost ผสมกับอะไรแล้วอร่อย และอีกหลาย ๆ แบบ
ซึ่งก่อนหน้านี้คนในกลุ่มก็มีการทำคอนเทนต์แนว ๆ นี้กับสินค้าอื่น ๆ ใน makro ด้วย
โดยมีข้อมูลว่า ใน 1 เดือนจะมีคนโพสต์คอนเทนต์ในกลุ่มนี้ราว ๆ 10,000 ครั้ง หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 330 ครั้ง
คิดเป็นเอนเกจเมนต์จำนวนมหาศาล ที่คอยสร้างการรับรู้ (Awareness) ให้กับสินค้าใน makro แบบฟรี ๆ แถมยังดูเรียล เพราะเป็นคอนเทนต์ของลูกค้าด้วยกันเอง ในแบบที่ว่า makro ไม่ต้องทำอะไรเลยนั่นเอง
นอกจากนี้ อีกหนึ่งจุดเด่นของกลยุทธ์แบบนี้ก็คือ แบรนด์จะหา “อินไซต์” ของลูกค้าได้ง่ายมาก เพราะคนที่อยู่ในชุมชนก็คือคนที่เป็นลูกค้าหรือสนใจสินค้าของแบรนด์อยู่แล้ว
ถ้าคนในชุมชนมีปัญหาตรงไหน หรือชอบอะไรอยู่ แบรนด์จะเห็นแนวโน้มจากตรงนี้ได้เร็วมาก และเอาข้อมูลไปปรับปรุงสินค้าหรือบริการให้ตรงใจลูกค้าได้ดีขึ้นนั่นเอง
ซึ่งเคสของกลุ่มรีวิวแม็คโครนี้ ก็เป็นตัวอย่างที่ดีเลยว่า พลังของ Community นั้นแข็งแรงขนาดไหน
ถ้าแบรนด์ต่าง ๆ สามารถกระตุ้นให้เกิดสิ่งเหล่านี้ได้ ก็น่าจะเป็นข้อได้เปรียบในแบบที่คู่แข่งทำตามได้ยากมาก
นอกจาก makro แล้ว ปัจจุบันก็มีเคสเจ๋ง ๆ ของแบรนด์ระดับโลกที่ใช้กลยุทธ์แบบนี้ให้เห็นอยู่เหมือนกัน
หนึ่งในนั้นคือเคสของ Nike แบรนด์สินค้ากีฬาชื่อดังที่ทำแอปพลิเคชันชื่อ “Nike Run Club”
เพื่อให้คนเข้ามาแชร์สถิติการวิ่ง แข่งกับคนอื่น ๆ ในแอปพลิเคชันได้ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดเป็นชุมชนระหว่างนักวิ่งด้วยกันเอง
สุดท้ายนี้ แม้กลยุทธ์การตลาดผ่านชุมชนจะดูเหมือนทำง่าย ๆ
แต่ความท้าทายจริง ๆ ของกลยุทธ์นี้ก็คือ ต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะสร้างฐานให้คนในชุมชนมีจำนวนเยอะ ๆ
แถมถ้าถึงจุดที่ชุมชนแข็งแรงแล้ว หากเกิดดรามาหรือกระแสลบ อาจแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและควบคุมได้ยากมากเช่นกัน
#makro
#แม็คโคร
#รีวิวแม็คโคร
© 2025 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.