บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MINT) สร้างผลการดำเนินงานทางการเงินที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 43 เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 7,750 ล้านบาทในปี 2567 ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นนี้สะท้อนถึงการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยม ความต้องการเดินทางทั่วโลกที่ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง และสถานะทางการเงินที่ดีขึ้น
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MINT) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels) และ บริษัท รอยัล โฮลดิ้งส์ จำกัด (Royal Holdings Co., Ltd.) ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารชั้นนำที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว มีความภูมิใจที่จะประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญในการก้าวเข้าสู่ตลาดโรงแรมระดับหรูและไลฟ์สไตล์ของไมเนอร์ในญี่ปุ่น
ไมเนอร์ ฟู้ด ตอกย้ำความเป็นผู้นำวงการร้านอาหารของเอเชีย ที่พร้อมมุ่งสู่การเป็นองค์กรระดับโลก ล่าสุดคว้ารางวัล "องค์กรสุดยอดการตลาดแห่งเอเชีย ประเภท Marketing 3.0" จากสหพันธ์การตลาดแห่งเอเชีย (The Asia Marketing Federation หรือ AMF) ด้วยกลยุทธ์ นโยบาย และวิสัยทัศน์ในการส่งมอบประสบการณ์พิเศษ คู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกแก่ผู้บริโภค รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
โดยหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้าสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ
สะท้อนความเชื่อมั่นของการเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจพักผ่อนและสันทนาการที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่สามารถครองใจลูกค้ากว่า 148 ล้านราย ใน 63 ประเทศทั่วโลกมายาวนานกว่า 50 ปี
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT หนึ่งในผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรม ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจไลฟ์สไตล์ชั้นนำระดับโลก เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ
สำหรับภาพรวมธุรกิจของ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ในปี 2565 มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ที่เข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เกินความคาดหมายของนักวิเคราะห์
ล่าสุดบริษัท ไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ได้มีการประกาศร่วมทุนกับ บริษัท กาก้า เบฟเวอร์เรจส์ (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแบรนด์ชานมไข่มุกชื่อดัง “GAGA” ในสัดส่วนทั้งสิ้น 50.1%
โดยในไตรมาส 3 ปี 2565 MINT รายงานกำไร 4,600 ล้านบาท ซึ่งพลิกกลับมามีกำไร เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ที่ขาดทุนสุทธิ 436 ล้านบาท