เบื้องหลัง AIS จับมือภาครัฐ เปลี่ยนข้อมูลขยะอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาระดับประเทศ

เบื้องหลัง AIS จับมือภาครัฐ เปลี่ยนข้อมูลขยะอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาระดับประเทศ

7 พ.ย. 2026
โทรศัพท์มือถือที่เปลี่ยนใหม่ แบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพ หรือสายชาร์จที่ใช้ไม่ได้แล้ว อาจเป็นเพียงของไม่กี่ชิ้นในบ้านเรา
แต่ประเทศไทยมีขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Waste ประมาณ 700,000 ตันต่อปี ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หมดอายุการใช้งาน
ที่น่ากังวลคือ ขยะเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกต้องไม่ถึง 1%
หากถูกทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป หรือถอดแยกอย่างไม่ถูกวิธี สารอันตรายจากอุปกรณ์บางประเภทอาจปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนในชุมชน
นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องอาศัยความร่วมมือ ตั้งแต่คนที่ช่วยคัดแยก องค์กรที่เปิดจุดรับทิ้ง ไปจนถึงผู้ที่นำขยะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลหรือกำจัดอย่างถูกต้อง
ที่ผ่านมา AIS เป็นหนึ่งในองค์กรที่ร่วมขับเคลื่อนเรื่องนี้ ผ่านโครงการคนไทยไร้ E-Waste
และล่าสุดได้ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก หรือ TGO พัฒนา E-Waste Calculator Platform แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับคำนวณและประเมินผลการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ครั้งแรกของประเทศไทย 
เพื่อช่วยให้องค์กรที่ร่วมกันรวบรวมขยะ บันทึกข้อมูลและวัดผลด้านสิ่งแวดล้อมด้วยหลักเกณฑ์เดียวกัน พร้อมนำข้อมูลมาใช้วางแผนจัดการร่วมกัน
แล้วทำไมการจัดการขยะจึงต้องมีแพลตฟอร์มเข้ามาช่วย ? MarketThink ชวนไปถอดวิธีคิดเบื้องหลังเรื่องนี้กัน
ย้อนกลับไปในปี 2019 AIS เริ่มโครงการคนไทยไร้ E-Waste ด้วยการชวนคนคัดแยกอุปกรณ์ที่ไม่ใช้แล้ว และร่วมกับพันธมิตรเพิ่มจุดรับทิ้ง เพื่อให้การทิ้งอย่างถูกวิธีเป็นเรื่องใกล้ตัวขึ้น
จากจุดเริ่มต้นนี้ ความร่วมมือค่อย ๆ ขยายจนมีพันธมิตรกว่า 280 องค์กร และจุดรับทิ้งกว่า 3,200 จุดทั่วประเทศ ทั้งในห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล โรงเรียน ธนาคาร และอาคารสำนักงาน ให้คนสามารถนำอุปกรณ์เก่าไปทิ้งได้ผ่านสถานที่ที่ใช้ชีวิตอยู่เป็นประจำ
เมื่อแต่ละฝ่ายเข้ามาช่วยกัน โครงการจึงรวบรวม E-Waste สะสมได้กว่า 1.3 ล้านชิ้น ในช่วงปี 2019-2026
ตลอดการทำงาน สิ่งที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจึงมีทั้งขยะที่รวบรวมได้ เพื่อนร่วมทางจากหลายองค์กร และบทเรียนว่า ยังมีอะไรที่ช่วยกันทำให้ดีขึ้นได้อีก
หนึ่งในนั้นคือเรื่องข้อมูล เพราะแต่ละองค์กรมีวิธีบันทึกและความต้องการใช้รายงานต่างกัน บางแห่งอยากรู้ยอดรวม บางแห่งอยากดูแยกตามสาขาหรือแผนก การนำข้อมูลมาเชื่อมกันจึงยังทำได้ยาก
เมื่อข้อมูลกระจัดกระจาย ก็ยากที่จะเห็นว่า แต่ละพื้นที่รวบรวมขยะได้เท่าไร เป็นอุปกรณ์ประเภทไหน และตรงไหนยังต้องการจุดรับทิ้งหรือการสนับสนุนเพิ่มเติม
นี่จึงเป็นโจทย์ที่ AIS ต้องการเข้ามาช่วยแก้ ผ่าน E-Waste Calculator Platform
คุณกานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวว่า “สำหรับ AIS เราเชื่อว่าการสร้างโลกที่ยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด ‘ภารกิจคิดเผื่อ’ 
AIS จึงเดินหน้าโครงการ ‘คนไทยไร้ E-Waste’ ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร เพื่อส่งเสริมการคัดแยกและจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี 
โดยการจัดการ E-Waste ให้เกิดผลอย่างยั่งยืน ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเก็บรวบรวม แต่ต้องมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือและมาตรฐานการวัดผลที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถประเมินผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม
AIS จึงนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีมาสนับสนุนการพัฒนา E-Waste Calculator Platform เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถบันทึกและประเมินผลการจัดการ E-Waste ได้อย่างเป็นระบบ นำข้อมูลไปใช้ประกอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน และมองเห็นผลลัพธ์จากการดำเนินงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 
โดยเชื่อว่าเทคโนโลยีจะมีคุณค่าอย่างแท้จริง เมื่อช่วยเปลี่ยนความตั้งใจในการดูแลสิ่งแวดล้อมให้เป็นการลงมือทำที่เกิดผลได้จริง”
ในการพัฒนาแพลตฟอร์มนี้ ทั้ง 3 หน่วยงานได้นำความถนัดของแต่ละฝ่ายมาทำงานร่วมกัน โดย AIS สนับสนุนเทคโนโลยีและเครือข่ายพันธมิตร กรมควบคุมมลพิษสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการจัดการขยะและการขยายผลสู่พื้นที่ 
ส่วน TGO ร่วมกับ AIS พัฒนาหลักเกณฑ์คำนวณการลดก๊าซเรือนกระจกจากการคัดแยกโทรศัพท์มือถือเพื่อรีไซเคิล ภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก หรือ LESS
สำหรับการใช้งาน องค์กรสามารถบันทึกประเภทและจำนวนอุปกรณ์ที่รวบรวมได้ เพื่อให้ระบบแสดงจำนวนชิ้น น้ำหนัก และประเมินการลดก๊าซเรือนกระจกในส่วนที่มีหลักเกณฑ์รองรับ
ตัวอย่างเช่น เมื่อองค์กรบันทึกจำนวนโทรศัพท์มือถือเก่าที่รวบรวมไปรีไซเคิล ระบบจะใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวประเมินว่าช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้เท่าไร 
เพราะวัสดุภายในโทรศัพท์มือถืออย่างทองแดง อะลูมิเนียม และพลาสติก สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ ช่วยลดความจำเป็นในการผลิตวัสดุใหม่และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ องค์กรยังสามารถติดตามผลเหล่านี้ผ่าน Dashboard และดาวน์โหลดรายงานได้ทั้ง PDF และ Excel เพื่อนำไปประกอบรายงานด้านความยั่งยืน รวมถึงใช้ประเมินว่ากิจกรรมที่ทำได้ผลแค่ไหน และควรปรับแผนครั้งต่อไปอย่างไร
เมื่อนำข้อมูลจากหลายองค์กรมารวมกัน ก็ช่วยวางแผนในระดับพื้นที่ได้ด้วย 
เช่น หากพบว่าบางพื้นที่รวบรวม E-Waste ได้น้อย กรมควบคุมมลพิษสามารถร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหาสาเหตุว่า ประชาชนเข้าถึงจุดรับทิ้งได้ยาก หรือยังไม่ทราบช่องทางส่งคืน เพื่อเลือกวิธีสนับสนุนให้ตรงกับปัญหา
ข้อมูลจึงช่วยต่อยอดจากการปรับกิจกรรมของแต่ละองค์กร ไปสู่การพัฒนาระบบรับคืนในแต่ละพื้นที่ และวางรากฐานให้ไทยก้าวสู่เป้าหมายการเป็นต้นแบบการจัดการ E-Waste ในอาเซียน
ในมุมของแบรนด์ สิ่งที่น่าสนใจคือ AIS นำบทเรียนจากการทำโครงการมาต่อยอดด้วยความถนัดด้านเทคโนโลยี พร้อมชวนผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรมาช่วยกันเชื่อมการรับทิ้ง การส่งต่อไปจัดการอย่างถูกวิธี และการติดตามผลให้เป็นระบบ
สะท้อนว่า สำหรับ AIS การนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คน ย่อมมาพร้อมกับการช่วยดูแลผลกระทบในวันที่อุปกรณ์เหล่านั้นหมดหน้าที่ลง
เพราะยิ่งเทคโนโลยีพาเราไปข้างหน้า ก็ยิ่งต้องคิดเผื่อถึงสิ่งที่เราทิ้งไว้ข้างหลัง..
สำหรับองค์กรและหน่วยงานที่สนใจ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ E-Waste Calculator Platform
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.