รู้จัก DKSH ผู้อยู่เบื้องหลังสินค้าที่คนไทยใช้ตั้งแต่ตื่นยันหลับ มากว่า 120 ปี ตั้งแต่สมัย ร.5

รู้จัก DKSH ผู้อยู่เบื้องหลังสินค้าที่คนไทยใช้ตั้งแต่ตื่นยันหลับ มากว่า 120 ปี ตั้งแต่สมัย ร.5

2 พ.ย. 2026
เชื่อว่าใครหลายคนที่กดเข้ามาอ่านน่าจะเคยเห็นโลโกสีแดงรูปต้นกล้วยพัด ของบริษัท DKSH
ผ่านตากันมาบ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่านี่คือบริษัทอะไร ? บางคนคิดกันว่านี่คือบริษัทขนส่งด้วยซ้ำ
DKSH เป็นบริษัทระดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่เริ่มทำธุรกิจในประเทศไทย
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2449 / ค.ศ. 1906 หรือเมื่อ 120 ปีที่แล้ว ซึ่งตรงกับในสมัยรัชกาลที่ 5
แถมยังเป็นบริษัทต่างชาติเพียงไม่กี่แห่งในไทยที่ได้รับพระราชทาน “ตราตั้งครุฑ” ติดหน้าอาคารสำนักงาน
ซึ่งตราครุฑนี้ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของบริษัทเอกชน เพราะไม่ใช่แค่ต้องอยู่นาน แต่ต้องทำประโยชน์ ซื่อสัตย์ และได้รับความไว้วางใจจริง ๆ การเป็นบริษัทต่างชาติที่ได้ตรานี้ จึงนับเป็นเรื่องที่พิเศษมาก ๆ
ที่น่าสนใจคือ ไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ DKSH ทั่วโลก สร้างรายได้ในไทยสูงถึงกว่า 136,000 ล้านบาท และยังเป็นบริษัทสวิสที่จ้างงานในไทยมากที่สุดเป็นอันดับ 1 กว่า 7,000 คน
แล้วบริษัทที่ทำธุรกิจมานานขนาดนี้ทำอะไร ? MarketThink สรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ
จุดเริ่มต้นของ DKSH เริ่มมาจากบริษัทนำเข้า-ส่งออกสินค้าที่ชื่อว่า “บริษัท ดีทแฮล์ม จำกัด
(Diethelm & Co.)” โดยมีสำนักงานแห่งแรกตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ซึ่งบริษัทนี้เริ่มกิจการเมื่อปี พ.ศ. 2449 / ค.ศ. 1906 หรือเมื่อ 120 ปีก่อน
วันเวลาผ่านไปบริษัทแห่งนี้ประกอบกิจการมาเรื่อย ๆ และไม่ได้ทำแค่การนำเข้า-ส่งออกสินค้าเหมือนเดิม
แต่มีการขยายไปทำธุรกิจอื่น ๆ ด้วย ก่อนจะกลายเป็น DKSH ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
ในวันนี้ธุรกิจของ DKSH เขาจะเรียกตัวเองว่าเป็น Market Expansion Services (MES)
หรือ “บริการขยายตลาด” แบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ถ้าให้อธิบายง่าย ๆ สมมติว่าเรามีแบรนด์สินค้าที่อยากทำตลาดในไทย
แทนที่เราจะไปจดทะเบียนบริษัท, หาวัตถุดิบ, สร้างโกดัง, จ้างทีมขาย
หรือแม้แต่ติดต่อ Supplier ทีละรายด้วยตัวเองซึ่งใช้ทั้งเงินและเวลามหาศาล
เราสามารถเดินเข้าไปหา DKSH ให้ช่วยดูแลเรื่องเหล่านี้ได้ ทั้งเรื่องการตลาด การขาย การขึ้นทะเบียนสินค้า การขนส่ง ไปจนถึงเรื่องเอกสารกฎหมายต่าง ๆ
เหมือนเป็น Growth Partner ที่ช่วยปลดล็อกการเติบโตให้ตั้งแต่แรกเริ่ม
โดยในปัจจุบัน DKSH แบ่งธุรกิจออกเป็น 4 ส่วนหลัก ๆ เพื่อรองรับลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม
เรียกได้ว่ามีส่วนช่วยซัปพอร์ตธุรกิจและผลิตภัณฑ์จำนวนมาก
โดยที่เราอาจไม่เคยรู้เลยว่า DKSH มีบทบาทอยู่ในทุกช่วงชีวิตของคนไทยตั้งแต่เด็กจนโต
ตั้งแต่ลืมตาตื่นจนถึงเข้านอนเลยทีเดียว
โดยธุรกิจ 4 ส่วนที่ว่าของ DKSH ก็จะประกอบไปด้วย
1. ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค
ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่น่าจะใกล้ตัวใครหลายคนมากที่สุดแล้ว โดยนอกจากดูแลคลัง การตลาด จัดจำหน่าย บริการที่ DKSH จะช่วยกลุ่มนี้เยอะมาก ๆ ก็คือเรื่อง “การกระจายสินค้า”
เพราะทาง DKSH จะมีศูนย์กระจายสินค้ามากถึง 5 แห่ง ครอบคลุมการกระจายสินค้าไป
ตามห้างสรรพสินค้า, ร้านค้าดั้งเดิม, ร้านสะดวกซื้อ รวมกันมากกว่า 120,000 แห่งทั่วประเทศ
พร้อมมีทีมขายและการตลาดมากกว่า 2,000 คนคอยดูแล ซึ่งที่ผ่านมา DKSH ก็มีลูกค้าที่เป็นแบรนด์ระดับ
โลกอย่าง Nestlé, PepsiCo, P&G, Unilever, LEGO รวมถึงแบรนด์ไทยดัง ๆ ในเครืออิชิตัน กรุ๊ป และแป้งเย็นตรางู ที่ให้ DKSH คอยช่วยขยายตลาดในไทยมาอย่างยาวนาน
2. ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
หลายคนอาจคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพที่พบได้ตามร้านขายยา โรงพยาบาล หรือคลินิก แต่ไม่ทราบว่ามีองค์กรที่ทำหน้าที่อยู่เบื้องหลังในการช่วยให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เข้าถึงผู้ป่วย และผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
DKSH สนับสนุนผู้ผลิตเวชภัณฑ์ยา ยาจำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์ (OTC) ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และเครื่องมือแพทย์ ตั้งแต่การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ การวางแผนการตลาดและการขาย ไปจนถึงการกระจายสินค้าและโลจิสติกส์ ปัจจุบันให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 300 ราย มีผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ กว่า 35,000 รายการ (SKU) จากศูนย์กระจายสินค้าหลัก 3 แห่ง และมีเครือข่ายจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั้งร้านขายยา คลินิก โรงพยาบาล โมเดิร์นเทรด และช่องทางอีคอมเมิร์ซทั่วประเทศ
ยิ่งคนไทยมีอายุยืนขึ้นและสังคมไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย ความต้องการยาและการรักษาโรคต่าง ๆ ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เบื้องหลังการที่ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์จะไปถึงโรงพยาบาล ร้านขายยา หรือคลินิก ได้อย่างเหมาะสม จึงไม่ได้มีแค่เรื่องของการผลิต แต่รวมถึงการจัดเก็บและขนส่งที่ต้องได้มาตรฐานด้วย โดยเฉพาะยาบางกลุ่มที่ต้องควบคุมอุณหภูมิตลอดการขนส่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในด้านที่ DKSH ให้ความสำคัญ โดยปัจจุบันกำลังพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าเครื่องมือแพทย์แห่งใหม่ เพื่อรองรับความต้องการด้านการรักษาของผู้ป่วยและการผ่าตัดได้อย่างทันท่วงที
3. ธุรกิจวัตถุดิบอุตสาหกรรม
ธุรกิจนี้ DKSH ไม่ได้เป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบ แต่ยังเป็นพันธมิตรที่ช่วยลูกค้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านการจัดหาวัตถุดิบคุณภาพสูงจากผู้ผลิตชั้นนำทั่วโลก พร้อมให้คำปรึกษาด้านเทคนิคและการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์

จุดเด่นสำคัญคือ DKSH มี Innovation Centers ในประเทศไทย ซึ่งทำหน้าที่ร่วมวิจัย พัฒนา และทดสอบสูตรผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยให้ลูกค้าพัฒนาสินค้าใหม่ได้รวดเร็วขึ้น ลดเวลาในการทดลอง และเพิ่มโอกาสในการสร้างความแตกต่างในตลาด

ปัจจุบัน DKSH ให้บริการลูกค้าในประเทศไทยกว่า 1,500-2,000 ราย ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่วัตถุดิบสำหรับ สีทาบ้านและสีรถยนต์, เครื่องดื่มและเบเกอรี, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอาง, อาหารสัตว์และอาหารสัตว์เลี้ยง, ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ และอื่น ๆ อีกมากมายที่เป็นสินค้าที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา

ด้วยความเชี่ยวชาญด้านวัตถุดิบเฉพาะทาง เครือข่ายผู้ผลิตระดับโลก และศูนย์นวัตกรรมที่พร้อมสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ DKSH จึงช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างนวัตกรรม เพิ่มมูลค่าให้สินค้า และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ธุรกิจเทคโนโลยี
แม้ชื่อของ DKSH อาจไม่คุ้นหูคนทั่วไป แต่เทคโนโลยีและเครื่องมือที่บริษัทนำเข้ามาให้บริการมีส่วนอยู่เบื้องหลังหลายสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน โดย DKSH ทำหน้าที่เชื่อมโยงเครื่องมือและเทคโนโลยีจากผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกเข้ากับนักวิจัย ห้องปฏิบัติการ สถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรมในไทย พร้อมให้บริการตั้งแต่การให้คำปรึกษาและทดสอบ ไปจนถึงการติดตั้งและดูแลหลังการขาย

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือในด้านอาหาร เทคโนโลยีเหล่านี้ถูกนำมาใช้ตั้งแต่การตรวจหาสารอาหาร สารปนเปื้อน และจุลินทรีย์ ไปจนถึงการทดสอบอายุการเก็บรักษาและประสิทธิภาพของบรรจุภัณฑ์ ปัจจุบัน DKSH ให้การสนับสนุนผู้ผลิตอาหารในประเทศไทยมากกว่า 900 ราย
และยังครอบคลุมอุตสาหกรรมยาและการแพทย์ พัฒนาผลิตภัณฑ์ เครื่องมือวิเคราะห์ซึ่งใช้ในงานวิจัย พัฒนา และควบคุมคุณภาพ ส่วนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ก็มีทั้งเครื่องจักรและโซลูชันที่เกี่ยวข้องกับการผลิตชิ้นส่วนสำหรับอุปกรณ์อัจฉริยะ ยานยนต์ และระบบอัตโนมัติ

เบื้องหลังเทคโนโลยีเหล่านี้จึงไม่ได้มีเพียงตัวเครื่องมือ แต่ยังรวมถึงผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ได้อย่างเหมาะสม ตั้งแต่การเลือกโซลูชัน การติดตั้ง
ไปจนถึงการฝึกอบรมและบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยให้นักวิจัยและภาคอุตสาหกรรมในไทยเข้าถึงเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และนำไปต่อยอดกับงานวิจัย การผลิต และนวัตกรรม
ถึงตรงนี้หลายคนน่าจะเข้าใจแล้วว่าทำไมเราถึงต้องเคยเห็นโลโกแดง ๆ ของ DKSH ผ่านตากันมาสักครั้ง
เพราะไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง DKSH ได้อยู่เบื้องหลังสินค้าที่คนไทยต้องใช้นับตั้งแต่ตื่นนอน ไม่ว่าจะเป็น อาหารเช้า, ผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเอง, ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ, การดูแลบ้าน, อาหาร, ยานยนต์, ของเล่นเด็ก, งานช่าง ไปจนถึงเคมีกำจัดแมลงมาแล้วถึง 120 ปี ตามพันธกิจ “Enriching People’s Lives” ที่อยากยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุก ๆ วัน
#DKSH
#DKSHThailand
#120YearsDKSHThailand
#EnrichingPeoplesLives
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.