โมเดลธุรกิจ “Lubian Pipi” ร้านดังในจีน ขายเบเกอรีอย่างไร ให้อร่อยสุด ตอนกินที่บ้าน ?

โมเดลธุรกิจ “Lubian Pipi” ร้านดังในจีน ขายเบเกอรีอย่างไร ให้อร่อยสุด ตอนกินที่บ้าน ?

4 ต.ค. 2026
หลายคนเห็นรูปนี้แล้วอาจจะคิดว่าเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตปกติทั่วไป แต่เชื่อไหมว่า นี่คือร้านขายเบเกอรีที่กำลังแมสมากในจีนชื่อว่า “Lubian Pipi”
สาเหตุที่ร้านเบเกอรีแห่งนี้ดูแห้ง ๆ ไม่มีเตาอบ ไม่มีตู้โชว์ ก็เพราะว่าเขาขายแบบ “แช่แข็ง” ให้ลูกค้าเอากลับไปอุ่นร้อนเอง
แล้วทำไมโมเดลร้านแบบนี้ถึงแมส ? MarketThink สรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ
Lubian Pipi เป็นร้านขายเบเกอรีเล็ก ๆ เพิ่งเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกที่เซี่ยงไฮ้ เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา
โมเดลของร้านก็คือ การเอาเบเกอรีคุณภาพระดับใกล้ ๆ กับคาเฟร้านดังมาขายในราคาถูกเหมือนโรงงานให้กับลูกค้าแบบไม่ผ่านตัวกลาง
เบื้องต้น Lubian Pipi จะเอาสินค้าจากโรงงานผลิตเบเกอรีแช่แข็งที่ชื่อว่า Pingu Foods ซึ่งทำธุรกิจรับผลิตเบเกอรีส่งให้ร้านคาเฟชื่อดังอย่าง Starbucks และ FamilyMart ในประเทศจีนมาขายในร้าน
ที่น่าสนใจคือ Lubian Pipi ไม่ได้เป็นร้านเบเกอรีทั่ว ๆ ไปที่เอาขนมปังอบเสร็จใหม่ ๆ มาวางให้ลูกค้าเลือก
แต่จะขายเบเกอรีแช่แข็งบรรจุในถุงใสที่ซีลปิดอย่างดี พร้อมบอกวิธีอุ่นให้ลูกค้าซื้อกลับไปอุ่นเองที่บ้าน
ไม่ว่าจะเป็น หม้อทอดไร้น้ำมัน, เตาอบ หรือไมโครเวฟ
โดยในร้านมีเบเกอรีให้เลือกกว่า 100 SKUs ทั้งเบเกิล โทสต์ เค้กแบบชิ้น และอีกหลายเมนูฮิต ๆ ที่คนคุ้นเคยตามร้านคาเฟในราคาถูกมาก โดยมีราคาเริ่มต้นชิ้นละแค่ 2.9 หยวน หรือราว ๆ 15 บาทเท่านั้น
สาเหตุที่ทางร้านสามารถขายเบเกอรีในราคาถูกขนาดนี้ได้ ก็เป็นเพราะโมเดลขายเบเกอรีแช่แข็งจะสามารถลดต้นทุนด้านการดำเนินงานของร้านเบเกอรีทั่วไปได้เยอะมาก

โดยเฉพาะในเรื่องของ “พนักงาน” เพราะในเมื่อร้านไม่ได้อบขนมเสิร์ฟให้ลูกค้า ทางร้านก็ไม่จำเป็นต้องมีครัว ไม่ต้องใช้เชฟ และพนักงานจำนวนเยอะ ๆ
ร้านโมเดลนี้ก็เลยมีแค่ตู้แช่เรียงกันโล่ง ๆ และมีพนักงานต่อสาขาแค่ 1-3 คน ไว้คอยเติมของกับคิดเงินเท่านั้น
แถมยังแทบไม่มี “Cost of Waste” หรือต้นทุนสินค้าเหลือทิ้งรายวัน เพราะขนมปังที่อบแล้วจะมี Shelf Life สั้นมาก ร้านเบเกอรีทั่ว ๆ ไปเลยต้องทิ้งขนมปังที่ขายไม่หมด ซึ่งคิดเป็นต้นทุนไม่น้อย
ทั้งหมดนี้ก็เลยทำให้ร้าน Lubian Pipi สามารถทำราคาขายเบเกอรีให้ถูกมาก ๆ ได้นั่นเอง
และที่เจ๋งอีกอย่างคือ โมเดลแบบนี้ดันเอื้อให้ลูกค้าซื้อเยอะขึ้นโดยไม่รู้ตัวได้ด้วย
เพราะปกติแล้วลูกค้าที่ซื้อเบเกอรีจะชอบซื้อไปกินเลย แต่เบเกอรีในร้าน Lubian Pipi จะสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 6 เดือน แถมยังขายถูกมาก
ลูกค้าเลยเปลี่ยนพฤติกรรมจาก “ซื้อแล้วกินทันที” เป็น “ซื้อตุน” ซึ่งแบรนด์ก็ตั้งใจให้เป็นแบบนี้เช่นกัน
โดยใช้กิมมิกกระตุ้นการขายเล็ก ๆ ด้วยการพิมพ์คำว่า “囤” ที่แปลว่า “ตุน” ตัวใหญ่ ๆ ไว้บนถุง
โดยมีข้อมูลว่า ร้านที่ใช้โมเดลแบบนี้จะทำยอดขายต่อหัว (Basket Size) ได้สูงถึง 40-50 หยวน หรือประมาณ 200-250 บาทเลยทีเดียว
นอกจากนี้ รู้ไหมว่า Lubian Pipi สามารถทำยอดขายถึง 1.1 ล้านหยวนได้ หรือประมาณ 5.5 ล้านบาท
และมีอัตราการกลับมาซื้อซ้ำ 50% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก
ถึงตรงนี้แม้ Lubian Pipi จะแมสมาก ๆ แต่ก็เป็นแบรนด์ที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นขยายกิจการเท่านั้น โดยทางแบรนด์จะใช้วิธีขายแฟรนไชส์เพื่อขยายกิจการ และล่าสุดมีราว 7 สาขา ซึ่งอยู่ในประเทศจีนทั้งหมด
สุดท้ายนี้ ร้านโมเดลแบบนี้ในจีนไม่ได้มีแค่ Lubian Pipi แบรนด์เดียวเท่านั้น
แต่ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่ใช้โมเดลนี้แล้วแมส ไม่ว่าจะเป็น Good Morning Dongdong หรือ Yibai Yicheng ที่ก็มาแรงไม่แพ้กัน
ซึ่งมันก็น่าคิดมาก ๆ ว่า ถ้าโมเดลแบบนี้มาเปิดที่ไทยบ้าง ตลาดเบเกอรีบ้านเรา ที่มีแต่ผู้เล่นแข็ง ๆ จะคึกคักขนาดไหนกัน..
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.