
สรุปไฮไลต์ KBTG Techtopia: Human of Tomorrow ค้นหาศักยภาพ ความเป็นมนุษย์ ในวันที่ AI ขับเคลื่อนโลก
22 ก.ย. 2026
ล่าสุด บริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ได้จัดงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow เพื่อพาคนในแวดวงเทคโนโลยี ต่อยอดทักษะ พัฒนาองค์ความรู้ และมายด์เซต ที่มีความจำเป็นในโลกยุค AI แบบเข้มข้นตลอดระยะเวลา 1 วันเต็ม
โดยในปีนี้งาน KBTG Techtopia จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 มีผู้เข้าร่วมงานมากที่สุดเท่าที่เคยจัดมา
ภายใต้ธีมการจัดงานหลัก “Human of Tomorrow” ที่ชวนทุกคนมุ่งค้นหาคุณค่า และศักยภาพของความเป็นมนุษย์ ในยุคที่ AI ก้าวขึ้นมาขับเคลื่อนโลก
ตลอดระยะเวลา 1 วันเต็ม คนในแวดวงเทคโนโลยี จะได้ร่วมกันต่อยอดทักษะ พัฒนาองค์ความรู้ และมายด์เซตที่มีความจำเป็นกันแบบเข้มข้นไปกับ
- 80 ผู้เชี่ยวชาญ และผู้บริหารแนวหน้า จากทุกแวดวงเทคโนโลยีและธุรกิจกว่า 3 เวทีหลักของงาน
- 8 Workshops เรียนรู้และลงมือทำจริงกับกูรูสายเทคโนโลยีแบบใกล้ชิด
- 10 Community Circles เปิดพื้นที่สนทนา และแลกเปลี่ยนไอเดียกับ Community Leader ชื่อดังของไทย
แล้วงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow จะมีรายละเอียดอย่างไร MarketThink จะพาทุกคนไปเจาะลึกกันในโพสต์นี้..
ก่อนอื่น เพื่อเป็นการทำความเข้าใจภาพรวมและคอนเซปต์หลัก ๆ ของงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow ในปีนี้ คงไม่มีใครอธิบายได้ดีไปกว่า คุณต้อม-วรนุช เดชะไกศยะ Executive Chairman ของ KBTG
ที่ประเดิมเวที KBTG Techtopia: Human of Tomorrow ในปีนี้ ด้วยหัวข้อ Reimagining Our Next Chapter

โดยคุณต้อม ได้เปิดเวทีด้วยการพูดถึงคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลง ที่เราต้องเจอมาตลอด ตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” ปี 1997 ที่ทำให้สถาบันการเงินในประเทศไทยต้องล้มลงมากถึง 56 แห่ง
ตามมาด้วยคลื่นแห่ง Digital Transformation ที่ส่งผลกระทบต่อการปรับตัวของหลาย ๆ องค์กร
และล่าสุดคือ คลื่นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจาก AI ซึ่งมีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียง 4 ปี จาก ChatBot ที่ใช้ถาม-ตอบง่าย ๆ กลายเป็น AI Agent ที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง มีเหตุมีผล และเป็นขั้นเป็นตอน
อย่างในกรณีของ KBTG เอง ก็เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่นำ AI เข้ามาใช้กับการทำงานอย่างจริงจัง ภายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น
- การพัฒนา Multi-AI Agent Platform เพื่อใช้งานภายในองค์กร ภายใต้ชื่อ AthenaMind
- การนำกระบวนการ AI-SDLC (AI System Development Life Cycle) มาใช้พัฒนาซอฟต์แวร์ ตั้งแต่การรับ Requirement การออกแบบ การพัฒนา ไปจนถึงกระบวนการตรวจสอบ โดยใช้ AI Agent ทำงานคู่กับคน
- ใช้ AI Agent ที่ชื่อว่า Sai JAI (ใส่ใจ) ทำหน้าที่ประเมินและควบคุมการทำงานของ AI ให้อยู่ในกรอบที่กำหนด รวมถึงมี AI Playground ที่สร้างสภาพแวดล้อม ให้พนักงานทดลองและทดสอบ AI อย่างปลอดภัย
ซึ่งจากสถิติพบว่า พนักงานของ KBTG กว่า 90% ใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน และคาดการณ์ว่า KBTG จะสามารถลดต้นทุนการพัฒนาซอฟต์แวร์ ได้ราว ๆ 15% ภายในปี 2028 ที่จะถึงนี้
รวมถึง การใช้งาน AI อย่างเป็นระบบ ทำให้ KBTG สามารถทำงานในโปรเจกต์ต่าง ๆ ได้เร็วขึ้นสูงสุด ถึง 12 เท่า
อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้การทำงานของเรา มีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น
แต่ AI ก็เป็นคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลง ที่ไม่แน่นอน และคาดเดาไม่ได้ และเราทุกคนต่างไม่เคยมีประสบการณ์ หรือ Playbook ที่จะใช้รับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้
ตัวอย่างง่าย ๆ คือ ผลกระทบต่อการจ้างงาน และทักษะของคนทั่วโลก คาดการณ์ว่า
- ความต้องการจ้างงานในระดับ Junior โดยเฉพาะการเขียนโคดจะเปลี่ยนไป เพราะ AI สามารถเขียนโคดแทนคนได้
- แรงงานในปัจจุบันกว่า 39% ต้องได้รับการ “รีสกิล” ใหม่ และอาชีพ Blue-Collar อาจมีแนวโน้มอยู่รอดได้มากกว่า White-Collar
ทำให้เราต้องถามกับตัวเองว่า “ในอีก 10 ปีข้างหน้า อะไรคือสิ่งที่จะเหลืออยู่ในความเป็นตัวตนของคน และคนจะปรับตัวอย่างไร ?”
คำตอบของคำถามนี้ คุณต้อมมองย้อนกลับไปที่ความเป็นมนุษย์เป็นหลัก เพื่อมองหาสิ่งที่ AI ยังทดแทนไม่ได้ คือ
- ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy)
- ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)
- ความเป็นผู้นำ (Leadership)
- ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)
- ความเป็นผู้นำ (Leadership)
และที่สำคัญที่สุดคือ เทคโนโลยี AI จะกลายเป็นพื้นฐานที่ทุกคนต่างเข้าถึงได้
ทำให้ผู้ที่จะอยู่รอด อาจไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุด แต่เป็นคนที่ใช้ AI เป็น และสามารถสร้างคุณค่าจาก AI ให้เกิดประโยชน์ได้
นอกจาก Session เปิดโดยคุณต้อมแล้ว ในงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow ยังมี Session อื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมาก
ครอบคลุมทั้งเรื่อง เทคโนโลยี AI, Quantum Computing, โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี, นวัตกรรม และ Digital Transformation
โดย MarketThink จะพาไปเจาะลึก Session ที่เป็นไฮไลต์ 4 Sessions ด้วยกัน ได้แก่

1. Quantum Computing: Opportunities, Threats, and What's Next?
เป็น Session ที่จะพาทุกคนไปค้นหาความน่าจะเป็นของ “ควอนตัมคอมพิวเตอร์” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เปิดโอกาสให้คนแก้ไขปัญหาที่ทำไม่ได้ในยุคคอมพิวเตอร์แบบเดิม นำโดย 3 Speakers ผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่
- ดร.ภูมิพงศ์ ไชยวงศ์คต Chief Technology Officer, Quantum Technology Foundation (Thailand)
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธิปรัชต์ โชติบุตร Scientific Advisor and Co-founder of QTFT. and Assistant Professor of Physics, Chulalongkorn University
- คุณญาณวิทย์ รักษ์ศรี Deputy Director, KASIKORN Business-Technology Group
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธิปรัชต์ โชติบุตร Scientific Advisor and Co-founder of QTFT. and Assistant Professor of Physics, Chulalongkorn University
- คุณญาณวิทย์ รักษ์ศรี Deputy Director, KASIKORN Business-Technology Group
ใน Session นี้ เริ่มต้นด้วยการปูพื้นฐานว่า ควอนตัมคอมพิวเตอร์ ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพื่อทดแทนคอมพิวเตอร์แบบเดิม
แต่เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อน ซึ่งยังไม่สามารถทำได้โดยคอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบัน จนกลายเป็นโอกาสที่จะนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น
การพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ และเคมีภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ใช้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ ช่วยคำนวณโมเลกุลหรือปฏิกิริยาทางเคมี ทำให้สามารถพัฒนาสูตรยา หรือเคมีภัณฑ์ใหม่ ๆ ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ควอนตัมคอมพิวเตอร์ ยังเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ระหว่างการพัฒนา แม้จะยังห่างไกลจากการนำไปใช้งานจริง แต่ก็เป็นอนาคตที่ไม่ควรมองข้าม
ทำให้การเตรียมตัว และการสร้าง Awareness เพื่อรับมือกับเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์ เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ
โดยเฉพาะการเตรียมตัวทางด้าน “สกิลเซต” และ “มายด์เซต” ที่จำเป็นสำหรับการทำงานร่วมกับควอนตัมคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น นักฟิสิกส์ควอนตัม วิศวกรผู้พัฒนาระบบควอนตัมคอมพิวเตอร์
และยังรวมถึง ผู้เชี่ยวชาญทางสาขาวิชาชีพที่หลากหลาย ทั้งนักการเงิน นักบัญชี นักกฎหมาย ที่ต้องเตรียมตัวทำความเข้าใจเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์อย่างลึกซึ้ง เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับสาขาวิชาชีพของตัวเองได้อย่างทันท่วงที
ซึ่งในตอนนี้ เราทุกคนสามารถหาความรู้เกี่ยวกับควอนตัมคอมพิวเตอร์ได้แล้ว ทั้งในอินเทอร์เน็ต รวมถึงในสถาบันการศึกษา ทั้งในไทยและต่างประเทศ ที่เริ่มมีการเรียนการสอนอย่างจริงจัง

2. Unlocking Agentic Al in the Future Enterprise
ใน Session นี้ จะพาทุกคนไปเจาะลึก บทบาทของ Agentic AI ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วยทำงาน แต่เป็น Future Workforce ในองค์กรแห่งอนาคต โดยคุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ AWS Country Manager Thailand, AWS
คุณวัตสัน เปิด Session ด้วยวิวัฒนาการของ AI Agent ที่เป็นไปอย่างก้าวกระโดด จากในปี 2020 ที่ทำงานได้เพียงการถาม-ตอบคำถามแบบสั้น ๆ เพียงไม่กี่วินาที
แต่ในวันนี้ AI Agent สามารถทำงานแทนคนได้นานถึง 14 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่การรับคำสั่ง ไปจนถึงการกระจายงานออกเป็นหลาย Task แล้วเริ่มลงมือทำด้วยตัวเอง
รวมถึงค่าใช้จ่าย Token ก็ลดลงอย่างต่อเนื่องภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี จาก 70 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือเพียง 0.03 ดอลลาร์สหรัฐ เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม แม้สถิติดังกล่าวจะดูสวยหรู แต่ความจริงแล้ว การนำ AI Agent ไปใช้ในองค์กร ในสัดส่วนราว ๆ 40% กลับไม่ประสบความสำเร็จ และไม่สามารถเปลี่ยนสถานะจากการทดลอง ไปสู่การใช้งานจริงได้ จากปัญหา 4 ด้าน ได้แก่
- AI Agent ไม่สามารถดึงข้อมูลข้ามแผนก หรือข้ามแพลตฟอร์มมาประมวลผลร่วมกันได้
- การขาดระบบการสื่อสาร และประสานงานระหว่าง AI Agent แต่ละตัวอย่างมีประสิทธิภาพ
- การจำกัดสิทธิ์ และการรักษาความปลอดภัย ทำได้ยากเมื่อปล่อยให้ AI Agent ทำงานอัตโนมัติ
- การติดตาม ตรวจวัดผล และการแก้ไขปัญหา (Debug) ทำได้ยากเมื่อ AI Agent เกิดข้อผิดพลาด
- การขาดระบบการสื่อสาร และประสานงานระหว่าง AI Agent แต่ละตัวอย่างมีประสิทธิภาพ
- การจำกัดสิทธิ์ และการรักษาความปลอดภัย ทำได้ยากเมื่อปล่อยให้ AI Agent ทำงานอัตโนมัติ
- การติดตาม ตรวจวัดผล และการแก้ไขปัญหา (Debug) ทำได้ยากเมื่อ AI Agent เกิดข้อผิดพลาด
ซึ่งโซลูชันที่คุณวัตสันแนะนำให้ใช้ เมื่อต้องการนำ AI Agent ไปใช้กับการทำงานจริงขององค์กร คือ การใช้ AI Agent โดยมี Human-in-the-Loop
โดยมีคนเป็นผู้กำหนดความต้องการ แล้วให้ AI Agent นำความต้องการนั้นไปออกแบบเป็น Blueprint ขึ้นมาก่อน
แล้วให้คนเป็นผู้ตรวจสอบและอนุมัติ Blueprint นั้นอีกครั้ง และเมื่อตรวจสอบเสร็จแล้ว ค่อยปล่อยให้ AI Agent ลงมือทำงานตาม Blueprint ที่กำหนด
การใช้ AI Agent โดยมี Human-in-the-Loop จะช่วยลดโอกาสที่ AI Agent จะทำงานผิดพลาด โดยไม่มีผู้ควบคุม ลดการใช้ทรัพยากรบุคคล ไม่ต้องเสียเวลาทำเองตั้งแต่ต้น

3. Institution, Infra & Innovation: Inside the Banking Transformation
เป็น Session ที่ชวนผู้นำซึ่งเป็น 3 เสาหลักของ Infrastructure วงการการเงินไทย แลกเปลี่ยนมุมมองการขับเคลื่อนและ Transform ระบบการเงินและการธนาคารของประเทศไทย ในอีก 10 ปีข้างหน้า โดย
- คุณฉัตรชัย ดุษฎีโหนด Managing Director, National ITMX Co., Ltd.
- ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ Executive Vice President, KASIKORNBANK
- คุณวรฉัตร ลักขณาโรจน์ Group CEO, 2C2P by Antom
- ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ Executive Vice President, KASIKORNBANK
- คุณวรฉัตร ลักขณาโรจน์ Group CEO, 2C2P by Antom
Speakers ทั้ง 3 ท่าน ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมองอนาคตของระบบการเงินและการธนาคารไทย ในอีก 10 ปีข้างหน้า ได้อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น
- Digital Lifestyle & Cross-Border Payment
ในอนาคตอันใกล้ การชำระเงินข้ามพรมแดน จะกลายเป็นเรื่องไร้รอยต่อ อย่างในปัจจุบันคนในอาเซียน สามารถสแกน QR Code เพื่อจ่ายเงินได้แบบไร้พรมแดนระหว่าง PayNow ของสิงคโปร์, DuitNow ของมาเลเซีย, VietQR ของเวียดนาม และ PromptPay ของไทย
โดยไม่ต้องใช้เงินสด หรือแม้แต่พกบัตรเครดิต เป็นผลจากการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินระหว่างประเทศแบบเรียลไทม์
รวมถึงการนำบริการทางการเงิน ฝังเข้าไปกับชีวิตประจำวันของผู้คน จนกลายเป็นเทรนด์ Embedded Finance ที่หลอมรวมจนกลายเป็นแพลตฟอร์มการใช้ชีวิต
และในอนาคต จะมีการขยายการเชื่อมต่อ Cross-Border Payment ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งในรูปแบบ Account-to-Account และบริการชำระเงินประเภทอื่น ๆ
- ความคาดหวังของผู้บริโภคเปลี่ยนไป
เมื่อโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินเปลี่ยนไป จะส่งผลต่อความคาดหวังของผู้บริโภคที่สูงขึ้นในหลากหลายด้าน ทำให้ระบบการเงินและการธนาคารไทย ต้องปรับตัวใน 3 ด้านหลัก ๆ ด้วยกัน คือ
ด้านที่ 1: ด้านความต้องการที่มากขึ้นและกว้างขึ้น จึงต้องเพิ่มประเภทและทางเลือกการชำระเงินที่หลากหลาย
ด้านที่ 2: ด้านการเชื่อมโยงที่ดีขึ้น ต่อยอดจาก Payment ไปสู่ Lifestyle ในด้านอื่นของชีวิตผู้บริโภค
ด้านที่ 3: ด้านความปลอดภัย ต้องมีการยกระดับกระบวนการยืนยันตัวตน เพื่อคัดกรองและป้องกันภัย โดยเฉพาะบัญชีม้าอย่างเข้มข้น

4. Prompts Won't Save Us: Imagining Human-AI Experiences Beyond Chatboxes
เป็น Session ที่จะพาทุกคนคิดนอกกรอบ ว่าการใช้งาน AI ไม่ควรมี “ช่องแชต” เป็นขีดจำกัด เพราะการพิมพ์ Prompt สั้น ๆ อาจไม่เพียงพอ และไม่สามารถปลดล็อกศักยภาพของคนที่ใช้ AI ได้อย่างเต็มที่
โดยมีผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 3 ท่านใน Session นี้ ได้แก่
- คุณชลนิภา คณาภรณ์ชัย Advanced Designer, KASIKORN Business-Technology Group
- คุณภารุจ พานทองดี Senior Designer, KASIKORN Business-Technology Group
- คุณธนวิชญ์ ประสงค์พงษ์ชัย Advanced Designer, KASIKORN Business-Technology Group
- คุณภารุจ พานทองดี Senior Designer, KASIKORN Business-Technology Group
- คุณธนวิชญ์ ประสงค์พงษ์ชัย Advanced Designer, KASIKORN Business-Technology Group
ใน Session นี้ เริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบ AI ว่าเหมือนกับตัวต่อ Lego ที่ตัวต่อ Lego ไม่ได้มีความเก่งในตัวเอง
แต่ความเก่งขึ้นอยู่กับคนที่จะนำตัวต่อ Lego ไปใช้สร้างสรรค์เป็นรูปทรงต่าง ๆ
AI ก็เช่นเดียวกัน AI จะเก่งหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโมเดลที่อยู่เบื้องหลังเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับคนที่เป็นผู้ใช้ AI ด้วย
และเพื่อให้เราสามารถใช้ AI ให้เก่ง เหมือนกับคนที่ต่อตัวต่อ Lego เก่ง ๆ เราจึงไม่ควรใช้ AI เพื่อตอบคำถามแบบตรง ๆ แต่ควรใช้ AI ให้เป็นเหมือนผู้เชี่ยวชาญส่วนตัว ที่พาผู้ใช้ไปสู่องค์ความรู้ใหม่
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ใคร ๆ ก็ใช้ AI กันหมด ทำให้เกิดวิกฤติความเกร่อ งานบางชิ้นมองออกทันทีว่าเป็นงานที่สร้างขึ้นด้วย AI จนกลายเป็นงานที่ไม่มีคุณภาพ ขาดความแตกต่าง และดูเหมือนกันไปหมด
หน้าที่ของคนที่ใช้ AI จึงต้องทำหน้าที่เป็นเหมือนวาทยกร ที่ควบคุมการเล่นดนตรีของนักดนตรี ให้มีความแตกต่าง โดยใช้ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึก นิสัย และสไตล์ส่วนตัวของผู้ใช้แต่ละคน
ซึ่งแนวโน้มการใช้ AI ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้คือ การใช้ AI ที่เปิดโอกาสให้คนเป็นผู้ควบคุมรายละเอียด และความคิดสร้างสรรค์
ตัวอย่างเช่น AI ที่อยู่ในแพลตฟอร์มการออกแบบ ที่เปิดให้ผู้ใช้ แก้ไขการออกแบบโดยมี AI เป็นเพียงผู้ช่วย และให้คำแนะนำเพื่อสร้างสรรค์งาน
ทั้งหมดนี้จึงแสดงให้เห็นว่าการใช้ AI ไม่ได้จบลงที่เพียง “ช่องแชต” แต่ผู้ใช้ AI ควรมีหน้าที่ร่วมกับ AI ในการจินตนาการ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ ที่ปลดล็อกศักยภาพของคนได้อย่างแท้จริง
นอกจากทั้ง 4 Sessions ที่ได้ยกมาเป็นไฮไลต์แล้ว งาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow ยังมีความน่าสนใจอื่น ๆ อีกมาก ซึ่งทุกคนได้สัมผัสตั้งแต่เดินเข้าฮอลล์จัดงานเลยทีเดียว

เริ่มตั้งแต่ Community Circles มุมสบาย ๆ ที่ KBTG ชวนผู้เข้าร่วมงานล้อมวง แลกเปลี่ยนความคิด พัฒนาทักษะ เตรียมพร้อมมายด์เซตที่จำเป็น เพื่อรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
โดยในปีนี้มี Community Circles ที่น่าสนใจ ตัวอย่างเช่น
- Being Human of Tomorrow in the Age of AI
โดยคุณสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ เจ้าของนามปากกานิ้วกลม
โดยคุณสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ เจ้าของนามปากกานิ้วกลม
ที่มาแลกเปลี่ยนมุมมอง ในยุค AI ที่เป็นทั้งโอกาส และความท้าทาย เพื่อหาวิธีอยู่ร่วมกับ AI ในแบบของ Human of Tomorrow
- Rewire Yourself: Using Behavioral Science to Become Who You Want to Be
โดยคุณภานุวัฒน์ สัจจะวิริยะกุล นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม และผู้ร่วมก่อตั้ง Nudge Thailand
โดยคุณภานุวัฒน์ สัจจะวิริยะกุล นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม และผู้ร่วมก่อตั้ง Nudge Thailand
ที่มาแบ่งปันเทคนิคดี ๆ ช่วยปรับพฤติกรรม ให้สามารถทำตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้แบบง่าย ๆ ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ ฟิตหุ่น หรือเก็บเงิน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงก่อนจบปี 2026
- Choose Your Game(s): Build a Career Portfolio
โดยคุณธนวิชญ์ ต้นกันยา จาก Horganice Co., Ltd., คุณนลพรรณ ทัศคร เจ้าของเพจ Travelbuddy.bkk และคุณจิน อิสระชัยกุล จาก Primo
โดยคุณธนวิชญ์ ต้นกันยา จาก Horganice Co., Ltd., คุณนลพรรณ ทัศคร เจ้าของเพจ Travelbuddy.bkk และคุณจิน อิสระชัยกุล จาก Primo
ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง และค้นหาตัวตนการทำงานที่ใช่ ในสายงานที่เหมาะกับเรา ทั้ง Corporate, Startup และการเป็นนายตัวเอง
- AI Playbook 2026: What's Real, What's Next
โดยคุณบริวัตร จันทร์เรือง เจ้าของกลุ่ม Facebook “No code AI - เอไอไม่ต้องโค้ด” และคุณโชค วิศวโยธิน จาก AI เพื่อธุรกิจและสังคม
โดยคุณบริวัตร จันทร์เรือง เจ้าของกลุ่ม Facebook “No code AI - เอไอไม่ต้องโค้ด” และคุณโชค วิศวโยธิน จาก AI เพื่อธุรกิจและสังคม
มาร่วมล้อมวงคุยเรื่อง AI แบบหมดเปลือก ตั้งแต่การใช้ AI ทำงาน ทำอย่างไรให้รอด แชร์ไอเดียการใช้ AI อย่างไรให้เกิด Impact จริง ไปจนถึงเลือกจ่ายเงินให้ AI ตัวไหนดี ให้ประสิทธิภาพการทำงานดีที่สุด

และยังมี Playground Workshop ให้ผู้เข้าร่วมงาน ได้ลงมือ คิดจริง ทำจริง ต่อยอดไปจากการเรียนรู้ทักษะ ภายในงาน เช่น
- Build Your First App With Google AI Studio & Google Stitch
โดย GDG Cloud Bangkok
โดย GDG Cloud Bangkok
เป็น Workshop ที่จะพาทุกคนไปลงมือ เรียนรู้พื้นฐานการพัฒนาแอปพลิเคชันเบื้องต้น ด้วยเทคนิค Vibe Coding เพื่อเปลี่ยนไอเดียเจ๋ง ๆ ให้กลายเป็นโปรดักต์จริง
- The Taste Gap: Building AI Products That Look Worth Funding
โดย Beacon Interface ในเครือ KBTG
โดย Beacon Interface ในเครือ KBTG
เป็น Workshop ที่จะพาทุกคนไปปั้นสกิลการใช้ AI เพื่อยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้มีความน่าเชื่อถือ โดดเด่น และที่สำคัญคือดึงดูดนักลงทุนจริง
- Designing Psychologically Safe AI Products
โดย MIT Media Lab และ Cyborg Psychology
โดย MIT Media Lab และ Cyborg Psychology
เป็น Workshop ที่จะพาทุกคนร่วมติดอาวุธการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย AI ให้มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ และได้ใจผู้ใช้งานจริง ด้วยเฟรมเวิร์ก ImpactBench

และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ บูทจาก KBTG ที่โชว์โปรดักต์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีล้ำ ๆ ที่ผ่านการคิดค้นและพัฒนาด้วยฝีมือของบริษัทไทย และคนไทย
ซึ่งในปีนี้ สิ่งที่ KBTG นำมาโชว์ มีความน่าสนใจอยู่หลายอย่าง เช่น
- AINU
ในปีนี้ AINU นำนวัตกรรมโซลูชัน AI สำหรับภาคธุรกิจ มาแสดงตัวอย่างการใช้งานจริง ให้เห็นชัด ๆ คือ
AINU Insurtech โซลูชันเทคโนโลยีประกันภัย ที่สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยง ตรวจสภาพรถยนต์ และแจ้งเคลม โดยใช้ AI แบบครบวงจร
และ AINU AppGuard โซลูชันความปลอดภัยสำหรับสมาร์ตโฟน ช่วยรักษาความปลอดภัย ป้องกันมัลแวร์ และภัยคุกคามทางไซเบอร์ อยู่เบื้องหลังตลอด 24 ชั่วโมง
- KBTG x KBank x จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ในบูทนี้ เราจะได้พบกับโซลูชันที่เกิดจากความร่วมมือของ KBTG, KBank และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับภาคการศึกษาโดยเฉพาะ เช่น
Virtual Patient เทคโนโลยีจำลองผู้ป่วย สำหรับการเรียนการสอนในคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
และ LUCA โคชส่วนตัวสำหรับน้อง ๆ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ช่วยให้น้อง ๆ คิดและวิเคราะห์ โดยอาศัยหลักเหตุและผลได้ดียิ่งขึ้น
- KBank x KBTG
โชว์นวัตกรรม Document Image Intelligence ระบบตรวจและวิเคราะห์เอกสารอัตโนมัติด้วย AI ช่วยลดเวลาการทำงานเอกสารที่มีความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และลดต้นทุนการจัดการเอกสารไปได้มาก
นอกจากนี้ ภายในงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow ยังมีบูทของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ทั้งไทยและต่างประเทศ ที่มาร่วมเปิดพื้นที่แชร์ยูสเคส การใช้งานเทคโนโลยีแบบเจ๋ง ๆ พร้อมแลกเปลี่ยนคอนเน็กชันดี ๆ ให้ผู้ร่วมงานได้ติดไม้ติดมือกลับไป ไม่ว่าจะเป็น
- Microsoft
- Google Cloud
- MFEC
- G-Able
- Huawei
- Google Cloud
- MFEC
- G-Able
- Huawei
ทั้งหมดนี้คือ ไฮไลต์ทั้งหมดภายในงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow ที่เราพามาเจาะลึกกันอย่างละเอียดแบบครบ ๆ ในโพสต์เดียว
สำหรับใครที่พลาดไป คงต้องบอกว่าไม่ต้องเสียดาย เพราะในปีหน้า KBTG ยังคงมีงานที่น่าสนใจแบบนี้ ให้ติดตามกันต่อไปอย่างแน่นอน
#KBTG
#KBTGTechtopia
#HumanofTomorrow
#KBTGTechtopia
#HumanofTomorrow