
“ยาโยอิ” รุกตลาดคนรุ่นใหม่ปักธง Top of Mind เจแปนนิสฟู้ดเดสติเนชันตั้งเป้ายอดขายโต 10% ดึง “เจฟซาเตอร์” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คนใหม่เสิร์ฟความอร่อยแบบ #ญี่ปุ่นครบเซต
2 เม.ย. 2025
“ยาโยอิ” ร้านอาหารจากประเทศญี่ปุ่น เดินหน้าส่งมอบประสบการณ์ความอร่อยแบบ “ญี่ปุ่นครบเซต” ดึง “เจฟ-วรกมล ซาเตอร์” (Jeff Satur) ศิลปินสุดฮอตนั่งแท่นพรีเซนเตอร์คนล่าสุด ที่มาพร้อมความสามารถแบบครบเซต ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์และไลฟ์สไตล์สะท้อน Japanese Pop - Culture ภายใต้แคมเปญ “ยาโยอิ รักครบเซต ญี่ปุ่นครบเซต”
ตอกย้ำความเป็นผู้นำเชนร้านอาหารญี่ปุ่นตัวจริง ปักธง Top of Mind เจแปนนิสฟู้ดเดสติเนชัน เอาใจคนรุ่นใหม่สาย “เจแปนเลิฟเวอร์” พร้อมเสิร์ฟเมนูให้เลือกหลากหลายตอบโจทย์ทุกความชอบ อร่อยครบ อิ่มคุ้มค่า จบในร้านเดียว!
คุณทานตะวันธีระโกเมนกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทเอ็มเคเรสโตรองต์กรุ๊ปจํากัด (มหาชน) กล่าวว่า“จากร้านอาหารญี่ปุ่น ‘ยาโยอิ’ ที่มีประวัติศาสตร์และความเชี่ยวชาญ ต้นตำรับ
การเสิร์ฟอาหารแบบเซต ‘เทโชกุ’ (Teishoku) มายาวนานกว่า 139 ปีในประเทศญี่ปุ่น (ค.ศ. 1886) สู่การขยายสาขามายังประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานของ เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป รวมระยะเวลากว่า 19 ปี ปัจจุบันมีกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ หลังจากสร้างเสียงฮือฮาเมื่อปีที่ผ่านมาด้วยการเปลี่ยนโลโก้ใหม่ ปรับภาพลักษณ์ให้มีความทันสมัย สดใส และสนุกสนานมากยิ่งขึ้นไปแล้ว”
การเสิร์ฟอาหารแบบเซต ‘เทโชกุ’ (Teishoku) มายาวนานกว่า 139 ปีในประเทศญี่ปุ่น (ค.ศ. 1886) สู่การขยายสาขามายังประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานของ เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป รวมระยะเวลากว่า 19 ปี ปัจจุบันมีกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ หลังจากสร้างเสียงฮือฮาเมื่อปีที่ผ่านมาด้วยการเปลี่ยนโลโก้ใหม่ ปรับภาพลักษณ์ให้มีความทันสมัย สดใส และสนุกสนานมากยิ่งขึ้นไปแล้ว”
ในปี 2568 นี้ แบรนด์กลับมาต่อยอดความสำเร็จและชูศักยภาพความเป็นผู้นำเชนร้านอาหารญี่ปุ่นอีกครั้ง พร้อมประกาศเดินหน้ารุกตลาดคนรุ่นใหม่ “เจแปนเลิฟเวอร์” มากขึ้น ด้วยการใช้ Presenter Marketing ดึง “คุณเจฟ ซาเตอร์” ที่เป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มลูกค้าของเรา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเรียน/นักศึกษา, กลุ่มวัยทำงาน ตลอดจนกลุ่มครอบครัวสมัยใหม่ มาร่วมส่งมอบประสบการณ์เมนูอาหารที่หลากหลาย ครบครันด้วยวัตถุดิบคุณภาพ ในราคาที่เข้าถึงง่าย พร้อมตอกย้ำการเป็น Top of Mind เจแปนนิสฟู้ดเดสติเนชัน คาดจะช่วยดันยอดขายให้เติบโตขึ้นอีก 10%
คุณทานตะวันกล่าวเพิ่มเติมว่า “พรีเซนเตอร์ต้องสะท้อนตัวตนของแบรนด์และสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ ความสามารถที่ครบเซตของ ‘คุณเจฟ ซาเตอร์’ ศิลปินสุดฮอตที่โดดเด่น
ทั้งการเป็นนักร้อง นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ เมนเทอร์ และนักแสดง ทุกบทบาทต่างถูกยอมรับในฝีมือและศักยภาพจากผู้คนจำนวนมาก พร้อมรางวัลการันตี ซึ่งตรงกับคอนเซ็ปต์ของ ‘ยาโยอิ’ ที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยครบคุณค่าแบบ ‘ญี่ปุ่นครบเซต’ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งคุณเจฟยังแสดงออกถึงวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านแฟชั่นการแต่งกาย รวมถึงความชื่นชอบในดนตรี J-Rock ที่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานเพลง ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของ ‘ยาโยอิ’ ที่เป็นสาย ‘เจแปนเลิฟเวอร์’ อีกด้วย”
การสื่อสารความเป็นตัวตนของแบรนด์ “ยาโยอิ” และตอกย้ำ 3 หัวใจสำคัญ (Core Values)
-ราชาเทโชกุตัวจริง (King of Teishoku)
-ความเป็นผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นของแท้ (Authenticity)
-ความหลากหลายของเมนูอาหารที่ผ่านการคิดอย่างสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรมแบบฉบับครัวญี่ปุ่น (Innovative Variety)
ทั้งหมดนี้จะถูกถ่ายทอดด้วยคอนเซ็ปต์ความเป็น “ญี่ปุ่นครบเซต” ผ่าน “หนังสั้น” (Online Film) ที่บอกเล่าต้นกำเนิดของ “ยาโยอิ” สาขาแรกในยุคเมจิ (ค.ศ.1886) รวมถึงการโปรดิวซ์ แต่งเพลง และขับร้องเพลงประกอบโฆษณาใหม่ล่าสุด “รักครบเซต ญี่ปุ่นครบเซต” โดย เจฟ ซาเตอร์ ในฐานะพรีเซนเตอร์ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากการเปรียบเมนูอาหารของ “ยาโยอิ” เป็นเหมือนความรักที่ดีที่เกิดจากความพิถีพิถันใส่ใจ และตั้งใจส่งมอบอาหารที่ดี ครบคุณค่าและสมดุลโภชนาการ นำมาเสิร์ฟรวมกันในเซตเดียว ตามหลัก “เทโชกุ” เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการให้กับลูกค้าทุกๆ คนแบบ “ญี่ปุ่นครบเซต” มีหลากหลายโมเมนต์ร่วมกัน ที่สำคัญไม่ทิ้งกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ รวมถึงมีแผนกระตุ้นการตลาดอย่างต่อเนื่องด้วยการเตรียมเปิดตัวเมนูใหม่ที่มีความหลากหลาย ผ่านการสร้างสรรค์ด้วยความเชี่ยวชาญของเชฟญี่ปุ่น ผสมผสานกับเสน่ห์ของเชฟไทยในการพัฒนาเมนูใหม่ๆ ร่วมกัน เพื่อเตรียมออกมาเซอร์ไพรส์ผู้บริโภคให้ได้ตื่นเต้นอย่างแน่นอน
ทั้งนี้แคมเปญดังกล่าว ถือเป็นแคมเปญแห่งปีที่แบรนด์ “ยาโยอิ” ได้ทุ่มงบโฆษณาและการตลาดครบทุกช่องทาง จึงขอถือโอกาสนี้เชิญชวนลูกค้า “ยาโยอิ” ทุกท่านร่วมติดตามกิจกรรมทางการตลาดและโปรโมชันพิเศษที่จะทยอยปล่อยอย่างต่อเนื่องตลอด โดยเราคาดการณ์ว่าตลอดการจัดแคมเปญนี้ จะสามารถปลุกกระแสตลาดอาหารญี่ปุ่นให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง รวมถึงเพิ่มจำนวนทราฟฟิกลูกค้ากลุ่ม Dine-in ได้สูงถึง 10%
“อย่างไรก็ตาม เราไม่เคยหยุดนิ่งและพัฒนาสิ่งใหม่อยู่เสมอ พร้อมตอบรับทุกอินไซต์และเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดอาหารญี่ปุ่นระดับแมส และลูกค้าคนไทยทุกคนที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นให้ได้รับประสบการณ์เฉกเช่นเดียวกับที่ประเทศญี่ปุ่นในราคาที่เข้าถึงได้ ตอกย้ำการเป็น Top of Mind ฟู้ดเดสติเนชันตัวจริงที่ทุกคนนึกถึง (No.1 Destination of Japan Restaurant) อย่างแน่นอน” คุณทานตะวัน กล่าวทิ้งท้าย